โรคไตจากเบาหวาน (ตอน 2)

รศ.พญ.ทิพาพร ธาระวานิช หมอเบาหวาน คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์กรรมการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคไตจากเบาหวาน?

ความผิดปกติเริ่มแรกของโรคไตจากเบาหวานคือ อัลบูมินซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งหรือบางท่านเรียกว่า ไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ ในระยะแรกปริมาณอัลบูมินออกมาไม่มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปหากระดับน้ำตาลยังสูง ความดันโลหิตควบคุมได้ไม่ดี จะมีอัลบูมินรั่วออกมาเพิ่มขึ้น ระยะนี้จะเริ่มมีอาการปัสสาวะเป็นฟอง บวมที่ขาทั้งสองข้างหนังตาบวม หน้าบวม เมื่อโรคดำเนินต่อไป ไตจะทำงานลดลง เป็นเหตุให้ปัสสาวะออกน้อยลง น้ำและของเสียคั่งในเลือดทำให้มีอาการหอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ เบื่ออาหาร ซีดจากโลหิตจาง หากของเสียคั่งมากอาจมีอาการถึงขั้นซึมลง หมดสติได้

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคโดยการตรวจเลือดเพื่อประเมินอัตราการกรองของไตและจำแนกการทำงานของไตเป็น 5 ระดับ ระดับที่การทำงานของไตต่ำที่สุดคือ ระดับที่ 5 กล่าวคือ อัตราการกรองของไตน้อยกว่า 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ซึ่งเป็นระดับที่แพทย์จะพิจารณาเรื่องการล้างไต เนื่องจากการตรวจเลือดยังช้าไปในการวินิจฉัยโรคไต แพทย์จึงทำการตรวจปัสสาวะ เพื่อวัดปริมาณโปรตีนหรืออัลบูมินในปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้สามารถวินิจฉัยได้ไวมากขึ้น


 

 

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจโรคไตจากเบาหวาน ?

โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้ตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2ตั้งแต่แรกเมื่อทราบว่าเป็นเบาหวาน หากปกติแพทย์จะทำการตรวจซ้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ฉะนั้นหากใครที่เป็นเบาหวานและปีนี้ยังไม่ได้รับการตรวจประเมินโรคไตอย่าลืมเข้ารับการตรวจนะคะ

 


 

การป้องกันโรคไตจากเบาหวาน

สามารถป้องกันและชะลอความเสื่อมของโรคโดยการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้ดีตั้งแต่เริ่มรู้ว่าเป็นเบาหวาน ยาลดความดันและยาเบาหวานบางชนิดสามารถชะลอความเสื่อมของไตได้ในผู้ที่อัตราการกรองของไตลดลง แพทย์อาจแนะนำให้จำกัดโปรตีน หรือจำกัดอาหารที่มีโพแทสเซียม หรือฟอสเฟตสูงทั้งนี้ขึ้นกับผลเลือด จึงต้องตรวจติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 


 

โดยสรุป โรคไตจากเบาหวานสามารถป้องกันและรักษาได้ หากท่านยังไม่เป็นเบาหวาน ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคในผู้ที่มีความเสี่ยง เพื่อวินิจฉัยโรคตั้งแต่ยังเป็นเบาหวานไม่มาก (สามารถประเมินความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้จาก https://www.dmthai.org/) สำหรับผู้เป็นเบาหวานแล้ว ต้องทำความรู้จัก เข้าใจโรค ดูแลรักษาตนเองร่วมกับแพทย์บนพื้นฐานของความไม่ประมาท อย่านึกว่าตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไร ยังไม่ต้องรักษาก็ได้ เนื่องจากเบาหวานเป็นภัยเงียบ อย่ารอจนวันที่เป็นมากจึงค่อยรักษา

<< Back